Posted on Leave a comment

ผู้บุกเบิกเพลงกัญชา คำรณ สัมบุญณานนท์

ความจริงแล้วไม่รู้จะให้ “คำรณ” เป็นนักร้องแนวใด เนื่องจากปี 2481 ในตอนที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการเป็นที่รู้จัก เรื่อยมาจนถึงตอนที่จอมพล ป. เป็นนายกฯ อีกครั้งหลังบังคับให้ นายควง อภัยวงศ์ ลาออก ซึ่งเป็นช่วงที่ “คำรณ” มีชื่อเสียงโด่งดัง ยังไม่มีการแบ่งแยกแนวดนตรีออกอย่างชัดเจนเหมือนทุกวันนี้

กระนั้น คำรณก็ได้รับการขนานนามให้เป็น “บิดาแห่งวงการเพลงลูกทุ่งไทย” หลังได้เล่นละครวิทยุและร้องเพลงประกอบในเรื่อง “เจ้าสาวชาวไร่” ซึ่งต่อมาเพลงนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเพลงลูกทุ่งเพลงแรก

แต่เอาเข้าจริง เนื้อหาในเพลงของเขา ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นการเสียดสีสังคม พูดถึงความลำบากยากเย็นของคนจน วิพากษ์นักการเมืองคอร์รัปชั่น

ซึ่งนับเป็นเนื้อหาที่มีความก้าวหน้าอย่างมากในยุคนั้น

ในวัยหนุ่ม คำรณใช้ชีวิตอย่างผาดโผน แต่งและร้องเพลงเกี่ยวกับกัญชาอย่างละเมียดละไม ไพเราะ เริ่มจากเพลง “กระท่องกัญชา” ล้อมาจากเพลง “กระท่อมไพรวัลย์” ของราชาแอ๊กคอร์เดี้ยน “ชาญชัย บัวบังศร”

เพื่อให้เห็นอารมณ์ของคนสูบกัญชา คำรณจึงเกริ่นด้วยสำเนียงเหน่อแบบบ้านนอก ก่อนขึ้นเพลงว่า

“สมัยนี้เงินทองมันช่างหายาก อัตคัดเสียจริงๆ ไอ้คนที่รวยก็รวยกันจนเหลือล้น ไอ้คนที่จนก็จนกันเหลือหลาย แต่อย่างผม บอกตรงๆ นาย ไม่เคยเดือดร้อน ขออย่างเดียว ขอให้ผมมีกัญชาดูด ผมเป็นพอใจ เขาว่านะ บ้องที่หนึ่งเห็นนงนุช บ้องที่สองพุทธวาจา แหมะ แต่บ้องที่สามนี่ไม่ไหวนาย เห็นแมวเป็นหมานี่สิ นี่เขาจ้างผมมาร้องส่ง แต่ก่อนที่ผมจะร้องส่ง ขอให้ผมได้ล่อสักบ้องหนึ่งเหอะ เอาก่อนแหละผม (ตามด้วยเสียงน้ำ) ช่างชื่นใจเสียเหลือเกินแม่คุณ เห็นสวรรค์ไรๆ แหนะ”

เรื่องกัญชานั้นพี่เรียนรู้ แต่เรื่องเจ้าชู้ไม่รู้จะเรียนยังไง

“กระท่องกัญชา” เป็นเพลงที่สามารถเอาเรื่องของสิ่งเสพติดมาสาธยายให้คนฟังคล้อยตามราวกับอยู่ในภาพฝัน แม้จะเป็นการพูดถึงสิ่งเสพติด ทว่า กลับไม่รู้สึกถึงความหยาบกระด้าง เพราะเนื้อหาและท่วงทำนองที่สื่อออกไปนั้นมีความนุ่มนวล โดยมุ่งให้ผู้ฟังหลุดลอยไปกับจินตนาการอันสวยงาม เป็นจินตนาการที่ไม่มีจริงบนโลกใบนี้

Leave a Reply